เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล
แร่เงินครองตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครในตลาดโลก โดยมีคุณค่าทั้งในฐานะวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมและเป็นสินทรัพย์รักษามูลค่าที่ยาวนาน แร่เงินถูกใช้เป็นเหรียญกษาปณ์ เครื่องประดับ และในการค้ามานานหลายศตวรรษ และยังคงมีความสำคัญในตลาดการเงินสมัยใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบัน แร่เงินถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์, พลังงานแสงอาทิตย์, อุปกรณ์การแพทย์ และชิ้นส่วนไฟฟ้า ด้วยความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคอุตสาหกรรมนี้ ราคาของแร่เงินจึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมาก โดยช่วงเวลาที่เศรษฐกิจขยายตัวสามารถช่วยหนุนราคาของแร่เงินให้สูงขึ้นผ่านความต้องการด้านการผลิตที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อราคาแร่เงินได้รุนแรงกว่าทองคำ สำหรับแนวโน้มทองคำ โปรดดูการคาดการณ์ราคาทองคำล่าสุด
สภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังมีอิทธิพลต่อราคาแร่เงินเช่นกัน ในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน แร่เงินมักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสามารถเพิ่มค่าเสียโอกาสในการถือครองโลหะมีค่า ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
โดยทั่วไปราคาแร่เงินจะถูกเสนอราคาเป็นทรอยออนซ์ โดยที่ราคาสปอตนั้นจะมีมูลค่าเท่ากับราคาตลาดปัจจุบันของแร่เงินหนึ่งออนซ์ ซึ่งมักแสดงราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ
การซื้อขายเกิดขึ้นทั่วโลกและดำเนินอยู่เกือบตลอด 24 ชั่วโมง โดยตลาด COMEX ในสหรัฐอเมริกามีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคา เนื่องจากตลาดแร่เงินมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตลาดการเงินอื่น ๆ ราคาจึงมีความผันผวนสูงและมักเคลื่อนไหวรุนแรงกว่าทองคำ
แหล่งที่มา |
2026 |
2027 |
2030 |
2040-2050 |
CoinCodex |
($88.23-$367.43) ค่าเฉลี่ย $183.25 |
($327.17-$542.72) ค่าเฉลี่ย $450.65 |
($375.63-$510.73) ค่าเฉลี่ย $424.19 |
* |
HSBC |
$68.25 | $57 | * | * |
Investing Haven |
$80 | $90 | $140 | * |
JP Morgan |
$81 | $85.50 | * | * |
Robert Kiyosaki |
$200 | $100-$500 | * | * |
Wallet Investor |
$84.90-$91.78 | $91.82-$100.22 | $117.41-$125.81 | * |
* ไม่มีการคาดการณ์ราคาสำหรับแหล่งที่มาและปีนี้
การคาดการณ์ราคาแร่เงินสำหรับปี 2026 มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีราคาเป้าหมายตั้งแต่ $50 ไปจนถึง $200 ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยหลักมาจากอุปทานที่ตึงตัว ความต้องการจากภาคพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อและความอ่อนค่าของสกุลเงิน
ในกลุ่มที่คาดการณ์ราคาสูงอย่าง Robert Kiyosaki คาดการณ์ประเมินไว้ที่ $200 โดยให้เหตุผลว่าหนี้สาธารณะทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นและการอ่อนค่าของเงินกระดาษจะผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ขณะที่ CoinCodex คาดการณ์ค่าเฉลี่ยเชิงรุกที่ $183 โดยอ้างอิงจากแบบจำลองอัลกอริทึมและข้อมูลตลาดในอดีต
การคาดการณ์ในระดับปานกลางยังคงชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย WalletInvestor มองว่าราคาแร่เงินจะอยู่ที่ $91.78 ขณะที่ JPMorgan ตั้งเป้าไว้ที่ $81 โดยชี้ว่าอุปทานมีจำกัด เนื่องจากแร่เงินส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองแร่อื่น ทางด้าน HSBC เพิ่งปรับเพิ่มค่าเฉลี่ยปี 2026 เป็น $68.25 (ในช่วง $58–$88) เนื่องจากความตึงตัวของตลาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน InvestingHaven คาดการณ์ไว้ที่ $50–$100 ขึ้นไป โดยอ้างอิงจากวงจรขาขึ้นที่แข็งแกร่งของโลหะมีค่า
โดยรวมแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า การเติบโตของอุปสงค์เชิงโครงสร้างและอุปทานที่จำกัดจะยังเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาแร่เงินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตลอดปี 2026
การคาดการณ์ราคาแร่เงินสำหรับปี 2027 ยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ $57 ไปจนถึง $500 ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์คาดว่าปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง ความต้องการภาคอุตสาหกรรมที่พุ่งสูง อุปทานที่จำกัด และความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุน จะยังคงผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น
ในกลุ่มที่คาดการณ์ราคาสูงอย่าง Robert Kiyosaki คาดการณ์ไว้ที่ $100 ถึง $500 โดยอ้างถึงโอกาสที่จะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินและความเชื่อมั่นในระบบเงินตราที่ลดลง ด้าน CoinCodex ให้ราคาเฉลี่ยเชิงรุกในระดับที่ใกล้เคียงกันที่ $424 โดยใช้โมเดลอัลกอริทึมที่รวมตัวชี้วัดทางเทคนิค ข้อมูลในอดีต และความเชื่อมั่นของตลาดเข้าด้วยกัน
การคาดการณ์ระดับปานกลางยังคงชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย WalletInvestor ตั้งเป้าไว้ที่ $100.22 ขณะที่โมเดลอื่น ๆ เสนอราคาที่ $85.50 โดยอิงจากข้อจำกัดด้านอุปทานอย่างต่อเนื่อง ทางด้าน HSBC เพิ่งกำหนดค่าเฉลี่ยปี 2027 ไว้ที่ $57 โดยคาดว่าการปรับปรุงด้านอุปทานอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดที่ทำสถิติสูงสุดในปี 2026 ลงได้ ในขณะที่ InvestingHaven คาดการณ์ช่วงราคาไว้ที่ $75 ถึง $120 ขึ้นไป โดยได้รับแรงหนุนจากการขาดแคลนอุปทานที่ยังคงดำเนินอยู่และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่ง
โดยรวมแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า อุปสงค์เชิงโครงสร้างและอุปทานที่ตึงตัวจะช่วยประคองวงจรขาขึ้นของแร่เงินให้ดำเนินต่อไปจนถึงปี 2027 แม้ว่าระดับราคาที่คาดการณ์จะมีแตกต่างกันไปก็ตาม
การคาดการณ์ราคาแร่เงินระยะยาวสำหรับปี 2030 มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น โดยมีราคาคาดการณ์อยู่ในช่วง $100 ไปจนถึงกว่า $300 ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์คาดว่าบทบาทสองด้านของแร่เงินในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินและวัตถุดิบจำเป็นในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาคพลังงานแสงอาทิตย์และอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
InvestingHaven คาดการณ์ราคาไว้ที่ $100–$300 ขึ้นไปในช่วงซูเปอร์ไซเคิลของสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขาดแคลนเชิงโครงสร้างและการเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด ขณะที่ CoinCodex คาดการณ์ราคาค่าเฉลี่ยที่ $183 โดยอิงจากโมเดลอัลกอริทึมที่รวมข้อมูลในอดีตและความเชื่อมั่นของตลาด
มุมมองระดับปานกลางยังคงชี้ไปที่การเติบโตอย่างมั่นคง โดย WalletInvestor ตั้งเป้าหมายไว้ที่ $125.81 ในขณะที่สภาการเหมืองแร่แห่งออสเตรเลีย (Minerals Council of Australia) คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์
โดยรวมแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่พุ่งสูงขึ้นและอุปทานที่จำกัด จะยังคงเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาแร่เงินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไปจนถึงสิ้นทศวรรษนี้
การคาดการณ์ระยะยาวยังได้รับอิทธิพลจากบทบาทที่เพิ่มขึ้นของแร่เงินในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบพลังงานหมุนเวียน อิเล็กทรอนิกส์ประสิทธิภาพสูง และโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลที่กำลังขยายตัว เนื่องจากแร่เงินจำนวนมากที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคส่วนเหล่านี้อาจทำให้อุปทานตึงตัวและส่งผลให้ราคาสูงขึ้นในระยะยาว
เนื่องด้วยความผันผวนที่สูงของสินค้าโภคภัณฑ์ การคาดการณ์ราคาจนถึงปี 2050 จึงมีไม่มาก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อแนวโน้มระยะยาวของแร่เงิน
Reda Farran ได้ระบุในบทความของ Finimize ว่าผลการศึกษาจาก University of New South Wales คาดการณ์ว่า ภาคส่วนพลังงานแสงอาทิตย์อาจใช้ทรัพยากรแร่เงินสำรองของโลกไปถึง 85% ถึง 98% ภายในปี 2050 ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนและอาจผลักดันให้ราคาแร่เงินพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
การเทรดมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินทุน
แร่เงินเพิ่งบันทึกสถิติผลงานที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ โดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสร้างผลงานประจำปีปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก แร่เงินถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในแผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพราะมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม การขยายตัวของการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนจึงกลายเป็นแหล่งความต้องการที่สำคัญ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือภาวะขาดดุลอุปทานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดแร่เงิน โดยความต้องการทั่วโลกพุ่งสูงเกินกว่าการผลิตจากเหมืองติดต่อกันหลายปีจนเกิดภาวะขาดแคลน แร่เงินต่างจากทองคำตรงที่แร่เงินส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะชนิดอื่น เช่น ทองแดง ตะกั่ว และสังกะสี ซึ่งจำกัดการปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่สูงขึ้น
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังได้รับอิทธิพลจากอัตราส่วนทองคำต่อแร่เงิน ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบราคาทองคำกับราคาแร่เงิน เมื่ออัตราส่วนนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนบางส่วนจะมองว่าแร่เงินมีราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้น
นโยบายทางการเงินและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงมีผลต่อราคาเช่นกัน โดยสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระดับหนี้สาธารณะทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น หรือสภาวะค่าเงินที่อ่อนตัว มักจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนราคาโลหะมีค่าตามสถิติในอดีต
เนื่องจากตลาดแร่เงินมีขนาดค่อนข้างเล็ก กระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุนรวมดัชนี ตลาดฟิวเจอร์ส หรือแร่เงินแท่ง จึงสามารถสร้างความเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงและมากกว่าปกติได้
ราคาแร่เงินปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 ก่อนที่จะเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในปี 1980 ในปีนั้น ราคาแร่เงินพุ่งสูงขึ้นหลังจากพี่น้องตระกูล Hunt พยายามปั่นตลาดแร่เงินด้วยการสะสมแร่เงินจำนวนมาก
ราคาแร่เงินพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $50.35 ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 700% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาปรับตัวลดลง พี่น้องตระกูล Hunt ไม่สามารถวางเงินประกันเพิ่มตามกำหนดได้ จึงส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาดในเหตุการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ "Silver Thursday" เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1980
หลังจากการล่มสลายดังกล่าว ราคาแร่เงินได้ดิ่งลงอย่างรุนแรงและทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำตลอดช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990
ความสนใจในแร่เงินกลับมาอีกครั้งในช่วงทศวรรษ 2000 โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก เมื่อนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาได้ปรับขึ้นเหนือ $20 ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามทศวรรษในช่วงสั้น ๆ ของปี 2008 จากนั้นราคาได้พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในปี 2011 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปและมาตรการกระตุ้นทางการเงินขนาดใหญ่จากธนาคารกลางต่าง ๆ
ราคาแร่เงินปรับตัวลงและทรงตัวอยู่ที่ระดับ $15 ในปี 2014 เพียงไม่กี่ปีหลังจากที่ขยับเข้าใกล้ระดับ $50 อีกครั้ง
ความต้องการกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อนักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัย โดยราคาดีดตัวจากประมาณ $12 ในเดือนมีนาคม 2020 ขึ้นไปเกือบ $30 ในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน
แร่เงินยังคงปรับตัวขึ้นต่อในปี 2021 แต่ต่อมาได้ลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลง ราคาเคลื่อนไหวในช่วงพักฐานระหว่างประมาณ $18 ถึง $26 ในช่วงปี 2022–2023 ท่ามกลางการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐและความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นสูงอีกครั้งในปี 2024 เมื่อความต้องการทางอุตสาหกรรมแข็งแกร่งขึ้นและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
ปี |
ราคาเฉลี่ยต่อออนซ์ |
1969 |
$1.80 |
1979 |
$11.07 |
1980 |
$20.98 |
1990 |
$4.83 |
2000 |
$4.95 |
2008 |
$14.99 |
2010 |
$20.19 |
2020 |
$20.69 |
2022 |
$21.76 |
2023 |
$23.96 |
2024 |
$28.29 |
2025 |
$40.21 |
แร่เงินทำสถิติราคาพุ่งสูงขึ้นติดต่อกันนาน 10 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยแรงผลักดันหลักมาจากความต้องการอย่างมากจากอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ สภาวะขาดแคลนอุปทานที่ยืดเยื้อ และการคาดการณ์เรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
หลังจากทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ $122 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 ราคาแร่เงินได้ปรับฐานอย่างรุนแรง โดยลดลงประมาณ 48% ในช่วงไม่กี่วันต่อมา หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ เควิน วอร์ช ผู้มีแนวคิดสายเหยี่ยวให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเชิงรุกนั้นลดลง
ตั้งแต่นั้นมา ราคาแร่เงินได้ฟื้นตัวขึ้นบางส่วน โดยดีดตัวขึ้นจากระดับประมาณ $64 และ ณ ขณะที่บทความนี้ถูกเขียนในเดือนมีนาคม ราคาซื้อขายอยู่ที่ใกล้ $79 ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการทางอุตสาหกรรมและกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับต้นปี
เทรดเดอร์มักใช้CFD แร่เงินเพื่อรับมือกับความผันผวนที่รวดเร็วเหล่านี้ เนื่องจากการซื้อขายรูปแบบนี้ช่วยให้สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้โดยไม่ต้องถือครองโลหะจริง
เนื่องจากราคาสปอตมีที่มาจากกิจกรรมในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเป็นหลัก ทำให้การเปลี่ยนแปลงในการวางสถานะของเทรดเดอร์ ข้อกำหนดเงินประกัน หรือความคาดหวังทางเศรษฐกิจมหภาคสามารถส่งผลให้เกิดการสวิงของราคาระหว่างวันที่รุนแรงได้ในทันที สภาวะนี้ทำให้แร่เงินเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้นที่ต้องการแสวงหากำไรจากความผันผวน
สำหรับราคาแร่เงินแบบเรียลไทม์และข้อมูลตลาดล่าสุด สามารถดูได้จากกราฟราคาแร่เงินแบบสดของเรา
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาแร่เงินจะปรับตัวสูงขึ้นในปีต่อ ๆ ไป ในระยะสั้น แร่เงินอาจได้รับประโยชน์จากนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดน้อยลงของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่และความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์สำคัญอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่วนในระยะกลางถึงระยะยาว นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าความต้องการแร่เงินในภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่สภาวะขาดแคลนและผลักดันราคาให้สูงขึ้น
การคาดการณ์ราคาแร่เงินเป็นการประเมินราคาล่วงหน้าโดยอิงจากแนวโน้มทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ของตลาด เนื่องจากแร่เงินไม่ได้สร้างรายได้เหมือนหุ้นหรือพันธบัตร การคาดการณ์จึงมักเน้นไปที่สภาวะเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน และวงจรของสินค้าโภคภัณฑ์
แม้ว่าการคาดการณ์จะช่วยให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงและวางกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงได้ แต่การคาดการณ์เหล่านี้ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการมองภาพในระยะยาว ดังนั้น นักลงทุนและเทรดเดอร์ควรใช้การคาดการณ์เป็นเพียงเครื่องมือเสริม และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลหลักเพียงอย่างเดียวในการส่งคำสั่งซื้อขาย
https://coincodex.com/precious-metal/silver/forecast/
https://investinghaven.com/forecasts/silver-price-prediction/
https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/commodities/silver-prices
https://learn.apmex.com/investing-guide/silver/silver-price-predictions-for-2030/
https://walletinvestor.com/commodity-forecast/silver-prediction
พร้อมที่จะเทรดในความได้เปรียบในแบบของคุณหรือยัง?
เข้าร่วมกับเทรดเดอร์หลายหมื่นรายและซื้อขายหุ้น CFD ในฟอเร็กซ์ หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิทัล!
การอ้างอิงถึงการคาดการณ์และผลงานที่ผ่านมาไม่ถือเป็นตัวบ่งชี้ผลงานในอนาคตที่เชื่อถือได้
รูปภาพที่แสดงมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบภาพเท่านั้น ข้อมูลมาจากผู้ให้บริการบุคคลที่สาม
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินหรือคำแนะนำด้านการลงทุนใดๆ ไม่ถือเป็นคำแนะนำ ข้อเสนอในการซื้อหรือขาย หรือการชักชวนให้เสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือตราสารใดๆ หรือการเข้าร่วมในกลยุทธ์การซื้อขายใดๆ ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นโดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ สถานะทางการเงิน และความต้องการของคุณ Axi ไม่รับรองและไม่รับผิดชอบใดๆ เกี่ยวกับความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาในสิ่งพิมพ์นี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณด้วยตนเอง
FAQ
แร่เงินเป็นโลหะธรรมชาติที่มีปริมาณจำกัดและไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นใหม่ได้ จึงทำให้มันมีมูลค่าในตัวเอง แร่เงินถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อีกทั้งยังเคยถูกใช้เป็นเงินตราในหลายสังคมในอดีต และเนื่องจากปริมาณแร่เงินไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เหมือนเงินกระดาษ นักลงทุนบางรายจึงมองว่าแร่เงินเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษาความมั่งคั่งในช่วงภาวะเงินเฟ้อ
ราคาแร่เงินเคลื่อนไหวตามแรงซื้อ แรงขาย และการเก็งกำไรในตลาดการเงิน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งถึงสามในห้าของอุปสงค์ทั่วโลก ขณะที่เครื่องประดับและเครื่องเงินคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ และที่เหลือส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในแร่เงินจริง
การเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ และภาพรวมของตลาดการเงินล้วนมีอิทธิพลต่อแนวโน้มราคาเช่นกัน เนื่องจากตลาดแร่เงินมีขนาดค่อนข้างเล็ก การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อราคาอย่างมาก
โดยปกติแล้ว ราคาคาดการณ์ของแร่เงินจะถูกแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ วิธีแปลงราคา:
ราคาต่อกรัม = ราคาต่อออนซ์ ÷ 31.1035
ราคาต่อกิโลกรัม = ราคาต่อออนซ์ × 32.1507
หลังจากนั้น คุณสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
ราคาสปอตคือราคาตลาดปัจจุบันของแร่เงินบริสุทธิ์หนึ่งออนซ์ทรอย และเป็นราคาอ้างอิงสำหรับการซื้อขายแร่เงินส่วนใหญ่ โดยผู้ซื้อจะจ่ายตามราคาเสนอขาย (Ask) ขณะที่ผู้ขายจะได้รับราคาเสนอซื้อ (Bid) ทั้งนี้ การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากแร่เงินจริง มักจะมีการบวกค่าพรีเมียม (Premium) เพิ่มจากราคาสปอตตามประเภทสินค้าและสภาวะตลาด
การคาดการณ์ระยะยาวบางส่วนชี้ว่า ราคาแร่เงินอาจแตะระดับ $200 ต่อออนซ์ได้ หากความต้องการในภาคอุตสาหกรรมยังคงเติบโตและอุปทานยังจำกัด อย่างไรก็ตาม ระดับราคาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยอุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่งและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้ออำนวย ซึ่งไม่มีการคาดการณ์ใดสามารถรับประกันผลลัพธ์นี้ได้
ระดับราคาที่ $1,000 ต่อออนซ์ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับระดับปัจจุบัน และถูกมองว่าเป็นไปได้ยากภายใต้สภาวะตลาดปกติ การจะไปถึงระดับดังกล่าวต้องอาศัยสถานการณ์ที่พิเศษอย่างมาก เช่น ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงมาก หรือการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในตลาดการเงินโลก